ระบบพิกัด AutoCAD 3

จากเรื่อง ระบบพิกัด AutoCAD 2 ที่ผ่านมาผมขอขยายความเพื่อให้เข้าใจหลักการทำงาน และมาลองนำไปใช้ในการสร้างงานกันดูครับ

เราจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พิกัด 3 มิติแบบ ทรงกลม (Spherical Co-ordinate System) ระบุตำแหน่งโดย ระยะทางจากจุดกำเนิดของ UCS ปัจจุบันมุมจากแกน X ในระนาบ XY และมุมจากระนาบ XY

พิกัด 3 มิติแบบ ทรงกลม  คล้ายกับพิกัด polar ในแบบ 2D คุณหาจุดโดยการระบุระยะห่างจากจุดเริ่มต้นของ UCS ปัจจุบันมุมจากแกน X (ในระนาบ XY) และมุมของมันจากระนาบ XY แต่ละมุมก่อนหน้าด้วยวงเล็บมุมเปิด (<) เช่นใน รูปแบบต่อไปนี้:

@ความยาว < [มุมจากแกน X] < [มุมจากระนาบXY]

spherical CS

ในรูปประกอบด้านบน จุด 8 <60 <30 หมายถึงจุด 8 หน่วยจากจุดเริ่มต้นของ UCS ปัจจุบันในระนาบ XY 60 องศาจากแกน X ในระนาบ XY และ 30 องศาขึ้นแกน Z จากระนาบ XY ส่วนจุด 5 <45 <15 หมายถึงจุด 5 หน่วยจากจุดกำเนิด 45 องศาจากแกน X ในระนาบ XY และ 15 องศาจากระนาบ XY

หากเราต้องการสร้างพื้นผิวแบบ region เพื่อสร้างหลังคา 3 มิติ ขึ้นมาจะมีขั้นตอนดังนี้

ก่อนอื่นปรับมุมมองเป็น Isometric เพื่อให้สามารถเห็นแกน Z ผมเลือก SE Isometric แล้วสร้างรูป สีเหลี่ยมผืนผ้าด้วยคำสั่ง Line ดังรูป

spherical CS-1

จากนั้นก็สร้าง Line เริ่มต่อจาก endpoint ของรูปเหลี่ยม ให้จุดปลายเส้นอยู่ที่พิกัด @300<45<45 จะได้เส้นเอียงเข้าด้านในสี่เหลี่ยม ทำมุม 45 องศากับระนาบ XY ดังรูป

spherical CS-2

ให้สร้าง Line เริ่มต่อจาก endpoint ของรูปเหลี่ยมอีกด้านหนึ่ง ให้จุดปลายเส้นอยู่ที่พิกัด @300<135<45 จะได้เส้นเอียงเข้าด้านในสี่เหลี่ยม ทำมุม 45 องศากับระนาบ XY ดังรูป

spherical CS-3

ให้สังเกตว่า endpoint ของทั้งสองเส้นที่เอียงเข้าหากันจะอยู่ระนาบเดียวกัน

spherical CS-4

ให้ลาก Line ต่อ endpoint ทั้งสองเข้าด้วยกัน เป็นรูปปิด จะได้กรอบด้านเอียงข้างหนึ่งของหลังคานี้

spherical CS-5

เนื่องจากหลังคามีความสมมาตรกัน เราจึงใช้คำสั่ง mirror เพื่อทำงานเพิ่มได้เลยโดยไม่ต้องลากเส้นอีกโดยเลือก mirror line ให้อยู่กึ่งกลางของด้านยาว

spherical CS-7

จากนั้นสร้าง line เพื่อให้เกิดเป็นรูปปิดดังรูป

spherical CS-8

เพื่อให้เกิดพื้นผิวระนาบหลังคาที่สมบูรณ์ ใช้คำสั่ง region  สร้างระนาบให้ครบทุกด้าน

spherical CS-9

spherical CS-10

ผลงานที่ได้จะสามารถนำไปประกอบการทำงาน 3มิติ ได้ต่อไป ลองฝึกการกำหนดพิกัดแบบ Spherical ดูเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยจะทำให้เราสามารถสร้างงานที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ครับ

logo2016

 

โฆษณา

Sketch Up ออนไลน์: Texture Mapping Technics

 Texture Mapping Technics

mapp-00

หลังจาก เลือกใช้ Paint bucket เพื่อเลือกวัสดุ (Material) ที่จะใส่ลงไปในชิ้นงานแล้ว หลายครั้งที่พบว่า material ที่เลือกยังไม่ตรงกับความต้องการ เช่น ตำแหน่ง หรือ ขนาดที่ต้องการปรับให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง

Sketch Up มี feature ช่วยในการจัดการ Material texture ในเรื่อง การปรับตำแหน่ง หรือ ขนาดที่ต้อง การ ปรับให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง ไว้แล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้

เพื่อให้เกิดความเข้าใจขั้นตอน ผมสร้าง back drop ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

จากนั้น  1 ใช้คำสั่ง Paint bucket

mapp-01

mapp-02

2 เลือกวัสดุ กลุ่ม Bricks, Cladding… ชื่อว่า Brick Antique 01 ดังรูป เพื่อนำมาใส่ใน surface ของ back drop ที่สร้างไว้ได้ผลดังรูป

mapp-03

ตอนนี้ภาพของ Brick mapping ที่ปรากฏจะยังดูมีขนาดใหญ่ หากเทียบสเกลกับคน ซึ่งผมต้องการปรับให้ Brick mapping มีขนาดเล็กลง ซึ่งสามารถทำได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

คลิกเลือก surface ที่ต้องการ แล้วกดปุ่มเม้าส์ขวา จะเกิดเมนูทางเลือกขึ้นมา ให้เลือกที่หัวข้อ Texture ตามด้วย Position ดังรูป

mapp-04

หลังจากเลือกคำสั่งแล้ว Sketch Up จะแสดงสัญลักษณ์ในการปรับรายละเอียดของภาพ mapping ทั้งหมด 4 เรื่อง ดังแสดงในรูป ประกอบด้วย

mapp-05

A : Drag Pin to move texture. คลิกที่ pin แล้วลากเม้าส์เพื่อปรับตำแหน่ง texture

B : Drag Pin to Scale/Shear texture คลิกที่ pin แล้วลากเม้าส์เพื่อปรับขนาด หรือ ความเอียงของ texture

C:  Drag Pin to distort texture.คลิกที่ pin แล้วลากเม้าส์เพื่อปรับสัดส่วน texture แบบ บิดเบี้ยว (distort)

D: Drag Pin to Scale/Rotate texture. คลิกที่ pin แล้วลากเม้าส์เพื่อปรับขนาด หรือ การหมุนของ texture

ในครั้งนี้ผมต้องการปรับขนาด และหมุน texture ให้ทำมุม 45 องศา จึงเลือกที่ข้อ D ลากเม้าส์แล้วขนาด texture เล็กลงแบบ real time ดังรูป

mapp-06

จากนั้นก็ บิดเม้าส์เพื่อทำให้ texture หมุนเป็นมุม 45 องศาดังรูป เมื่อได้ตามต้องการแล้วให้คลิกเม้าส์ปุ่มขวา เลือกคำสั่ง done เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

mapp-07

จากขั้นตอนทั้งหมดทำให้เราได้งานที่มี texture ตามที่ต้องการ โดยปรับจากต้นฉบับทำให้งานมีรายละเอียดดีขึ้น ลองวิธีนี้และลองเลือกหัวข้อต่างๆดูว่าแต่ละทางเลือกให้ผลงานออกมาอย่างไรครับ

mapp-08

logo2016

SketchUp : เทคนิค Multiple Copy

M-copy-00

หลายครั้งเวลาใช้ SketchUp เราอยากจะ copy ชิ้นงานหรือ Component ให้ได้จำนวนหลายชิ้นในครั้งเดียว วันนี้ผมมีเทคนิคเพื่อตอบโจทย์นี้มาฝากกันครับ

M-copy-01

ตัวอย่างเช่น มีเก้าอี้อยู่ตัวนึง ทำเป็น component เรียบร้อย แต่ต้องการ copy เพิ่มขึ้นอีก 5 ตัว รวมเป็น 6 ตัว ให้ทำตามขั้นตอนนี้นะครับ

1 เลือก component ที่ต้องการ copy ก่อน ในที่นี้คือเก้าอี้ดังรูป

M-copy-02

2 เลือก Move tool แล้วกดคีย์ Ctrl ที่ keyboard หมายถึง การcopy เมื่อเลื่อนเม้าส์มาด้านขวาจะมี เก้าอี้เพิ่มอีก 1 ตัวดังรูปด้านบน

M-copy-03

3 จากนั้นให้พิมพ์ 5* ลงในช่องสี่เหลี่ยม ดังรูป แล้วกด Enter 

M-copy-04

ก็จะมีเก้าอี้ที่เลือกไว้เพิ่มขึ้นอีก 5 ตัว ตามต้องการครับ

จากตัวอย่าง ให้ลองทำตามด้วย component ที่สร้างเองและใส่จำนวนตามต้องการแล้วอย่าลืมเครื่องหมาย * ด้วยนะครับ

logo2016

AutoCAD: Isometric view

การทำงานแบบ 3 มิติ ด้วย AutoCAD จะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เพราะโปรแกรมจะเริ่มต้นการทำงานในมุมมอง(viewpoint)แบบ 2 มิติจากด้านบน(Top view) คือเห็นเฉพาะแกนในการทำงานเพียง 2 แกนคือ X และ Y จากการมองลงไปที่ชิ้นงาน

ดังนั้น หากต้องการทำงาน 3 มิติ ด้วย AutoCAD ต้องเปลี่ยนมุมมองแบบ default มาเป็นมุมมองที่แสดงแกน Z ด้วย การเปลี่ยนมุมมองนี้จะใช้คำสั่ง vpoint แต่ค่อนข้างมีขั้นตอน ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน นอกจากนั้นในการทำงานจริงๆ เรามักนิยมใช้มุมซ้ำๆ โปรแกรมจึงเพิ่มความสะดวกด้วยการเพิ่มเครื่องมือ กลุ่ม Views ขึ้นมาเพื่อตอบความต้องการและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ดังรูป

iso-01

รายละเอียดเครื่องมือ กลุ่ม Views นี้ ช่วงแรกจะเป็นการมองแบบ 2มิติ ในด้านต่างๆ ประกอบด้วย Top,Bottom,Left,Right,Front,Back ตามมาด้วยการมอง 3มิติ แบบ Isometric Projection หรือภาพ 3มิติ ทางเทคนิคที่สามารถวัดขนาดกว้างยาวสูงได้ เหมือนภาพ 2มิติ ประกอบด้วย

SW Isometric / SE Isometric / NE Isometric / NW Isometric คงเกิดความสงสัยกันใช่ไหมครับว่า อักษรย่อ หน้าคำว่า Isometric แต่ละมุมมองนั้น มีความหมายถึงอะไร มาดูคำอธิบายกันครับ

ทิศทางในการมองทั้งสี่

การที่เราจะสื่อสารกับผู้อื่นเกี่ยวกับทิศทางในการมองวัตถุ สิ่งของใดๆ คงต้องหาข้ออ้างอิงมาใช้ประกอบเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเสียก่อน เช่น เราบอกให้คนมองไปทางขวามือ ทุกคนก็จะเข้าใจตรงกัน และหันไปมองในทิศทาง ขวา ของตนเองพร้อมกัน เช่นเดียวกัน การบอกว่าเราจะมองวัตถุ 3มิติ จึงอ้างอิงกับสิ่งที่คนทั่วไปมีความเข้าใจตรงกัน นั่นก็คือ ทิศ นั่นเองครับ

สมมุติว่าเราวางชิ้นงานไว้แล้วมองลงมาจากระนาบบน(Top view)การบอกทิศทางจะเป็นดังรูป

iso-02

นั่นหมายความว่า อักษรย่อ หน้า Isometric ก็คือ ชื่อของแต่ละทิศที่เป็นมุมมองด้าน ทะแยง 45องศา เข้าหาชิ้นงาน นั่นเอง ผมลองสร้างชิ้นงาน 3มิติขึ้นมา จากนั้นไปที่เครื่องมือกลุ่ม Views แล้วเลือกทีละมุมมองเริ่มด้วย

SE Isometric

iso-03

SW Isometric

iso-04

NE Isometric

iso-05

NW Isometric

iso-06

พบว่าการเปลี่ยนมุมมองเป็นไปตามหลักการนี้ สามารถทำให้เราเปลี่ยนมุมมองได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็จะเป็นมุมที่ถูกกำหนด(preset)ไว้แล้ว คือ ทำมุม 45 องศา กับระนาบ XY เสมอ หากต้องการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีเครื่องมืออื่นมาช่วยเหลือซึ่งจะกล่าวถึงในตอนต่อไปครับ

logo2016

ระบบพิกัด AutoCAD 1

บทความยอดนิยมในปี 2016

www.cad-com.net

การทำงานแบบ 3 มิติใน AutoCAD เกิดจากการประสานการทำงานระหว่าง ระบบแกน(Axis) ระบบพิกัด(Co ordinate System) และมุมมองชิ้นงาน(Viewpoint) ผู้ใช้ต้องเข้าใจสามเรื่องนี้ เบื้องต้น เพื่อสั่งการทำงานได้ถูกต้อง

เคยกล่าวถึง ระบบแกนและการเปลี่ยนมุมมองมาแล้วในบทก่อนๆ ตอนนี่มาถึงเรื่องของ ระบบพิกัด(Co ordinate System) กันบ้าง คำว่า พิกัด หมายถึงการบอกตำแหน่ง หรือจุด ใดๆที่เกิดจากการตัดกันของแกน ใน AutoCAD แสดงด้วยค่า x,y (2 มิติ) และ x,y,z (3 มิติ) หรือเรียกว่า พิกัดคาร์ทีเชียน

โปรแกรมจะเริ่มการลากเส้นหรือรูปร่างจาก พิกัดเริ่มต้น ไปยังพิกัดต่อไปเรื่อยๆ จนเสร็จ การระบุความยาว หรือระยะทางของเส้น ทำแบบต่อจากจุดเริ่มต้น เรียกว่า offset world เช่น เริ่มต้นที่จุด 0,0 (x=0,y=0) ลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ 10,0 (x=10,y=0)เพราะแกนในแนวนอนคือแกน X แล้ว enter จบคำสั่ง ก็จะได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วย

นอกจาก AutoCAD ยังใช้ ระบบพิกัดแบบโพลาร์ ช่วยในการสร้างงานอีกด้วย ระบบพิกัดแบบนี้พูดง่ายๆคือการใช้มุมองศาเป็นผู้ช่วยกำหนดทิศทาง โดยมุมองศาจะเพิ่มขึ้นในทิศทวนเข็มนาฬิกาตามรูป

ระบบพิกัดเชิงขั้ว ระบบพิกัดเชิงขั้ว

ตัวอย่าง การระบุพิกัดแบบนี้ เช่น เริ่มต้นที่จุด 0,0 (x=0,y=0) ลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ 10,0 (x=10,0 องศา)เพราะแกนในแนวนอนทำมุม 0 องศาแล้ว enter จบคำสั่ง ก็จะได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วย 

ถ้าเราต้องการสร้างสีเหลี่ยมขนาด 10 x 20 หน่วย ด้วยเส้นตรงล่ะต้องทำอย่างไร

เริ่มต้นที่จุด 0,0 (x=0,y=0) ลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ @10,0 (x=10,0 องศา)ได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วย ต่อด้วย ลากเส้นต่อไปในแนวตั้ง ยาว 20 หน่วย คือ @20,270 (y=20,270 องศา)ได้เส้นตรงแนวตั้งยาว 20 หน่วย

จากนั้นลากเส้นต่อไปในแนวนอน ยาว 10 หน่วย คือ @10,180 (x=10,180 องศา)ได้เส้นตรงแนวนอนยาว 10 หน่วยไปทางด้านซ้าย และลากเส้นต่อไปในแนวตั้ง ยาว 20 หน่วย คือ @20,90 (y=20,90 องศา)ได้เส้นตรงแนวตั้งยาว 20 หน่วย ก็จะได้รูปสี่เหลี่ยมปิด ขนาด 10×20 หน่วย

ติดตามตอน 2 ครับ

View original post

AutoCAD : Region

region-01

Region เป็นคำสั่งสร้างพื้นผิว จากชิ้นงาน 2 มิติ รูปปิด(Enclosed area)โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อ(join) เป็นชิ้นเดียวกันก็ได้ ช่วยให้เกิดความสะดวกในการสร้างโมเดล solids เพราะผู้ใช้อาจใช้คำสั่งเขียนเส้นธรรมดา ในการขึ้นชิ้นงาน 3 มิติได้ เพียงแต่ต้องแน่ใจว่างานเป็นที่ต่อกันสมบูรณ์และเป็นรูปปิด(เช่น สีหลี่ยม วงกลม เป็นต้น)เท่านั้น ประโยชน์ของ region คือ มันสามารถนำไปใช้เสมือน solids ใช้กับเครื่องมือ Solid Editing ได้

เพื่อความเข้าใจ ผมจะลองทำการสร้าง region เป็นขั้นตอนดังนี้

region-02

เริ่มต้น ด้วยการสร้างรูป 2 มิติ จากคำสั่งพื้นฐาน 3 คำสั่งคือ Line(เส้น) Circle(วงกลม)และ Polygon(หลายเหลี่ยม)6 เหลี่ยม ให้เชื่อมต่อกันดังรูป จะเห็นว่ารูปงานที่ได้เป็นรูปปิด(Enclosed area) โดยสมบูรณ์ ไม่มีช่องว่างใดๆ ผมเลือก view : SW Isometric เพื่อมองแบบ 3 มิติ

region-03

หลังจากนั้น ไปที่เครื่องมือกลุ่ม Draw เลือกที่เครื่องมือ Region ดังรูป คำสั่งจะให้เราเลือกชิ้นงานที่ต้องการทำเป็น region ด้วยการเลือกเส้นทั้งหมด แสดงเป็นเส้นประ เมื่อ enter แล้วจะได้พื้นผิวขึ้นมามีสองส่วนแสดงเป็น region 1 และ region 2

region-04region-05

คราวนี้ต้องการ เจาะช่องตรงพื้นที่ region 2 ออกไป ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการใช้เครื่องมือ Solid Editing ,ให้ไปเลือกที่ Subtract เพื่อทำการตัดชิ้นงานตามขั้นตอนการ Subtract

region-06aregion-06b

ทำตามขั้นตอนการ Subtract แล้วจะได้ผล ดังรูป

region-07

ให้สังเกตว่า region จะทำหน้าที่เหมือน วัตถุผิวทึบตัน(solid) ทุกประการ แล้วยังสามารถทำงานต่อได้ภายใต้คำสั่งอื่นๆของ solids อีกด้วย เช่น การ Extrude หรือ การ Slice

REGION-08.png

ลองทดลองใช้คำสั่ง region กับรูปแบบงานอื่นๆดูเพื่อความเข้าใจมากขึ้นครับ

logo2016

Workshop:Banner flag

banner-flag-final

Banner flag หรือแบนเนอร์ แบบธง พบบ่อยๆในงานอีเวนต์ มีหลายรูปแบบ นำมาจัดเรียงกันเป็นแนวเพื่อแสดงพื้นที่่จัดงาน คือ เวอร์คชอป ประจำสัปดาห์นี้

ขั้นที่ 1 : สร้างแนวโครง แบนเนอร์

เนื่องจากแบนเนอร์ มีโครงเหล็กในแนวตั้ง ส่วนปลายโค้ง จึงต้องใช้ 2 คำสั่งร่วมกันสร้างคือ คำสั่ง line และ arc นอกจากนั้นหน้าตัด(section) ของโครงสร้างมักเป็นวงกลม จึงต้องใช้คำสั่ง circle มาสร้างวงกลมไว้ที่ปลายเส้นดังรูป

banner-flag-01

ขั้นที่ 2 : สร้างโมเดล ผืนผ้าแบนเนอร์

ต้องการสร้าง พื้นผิว(surface)เพื่อทำผืนผ้าแบนเนอร์ ทำด้วยการลากเส้นตรง (line) ต่อจากปลายของส่วนโค้ง    ลงมาที่เส้นแนวตั้ง บริเวณใดก็ได้ จะเกิดพื้นผิวขึ้น

banner-flag-01b

banner-flag-04

ขั้นที่ 3 : สร้างโมเดลโครงสร้าง แบนเนอร์

ต่อมาด้วยการทำให้โครงสร้างแบนเนอร์ เป็น 3D จะใช้คำสั่ง Follow Me เพื่อให้เกิดโมเดลขึ้นตามแนวโครงที่ทำไว้

banner-flag-02

ขั้นตอนคือ คลิกเลือก circle ที่สร้างไว้ แล้วลากตามแนวโครงที่สร้างไว้แล้ว ดังรูbanner-flag-03

เสร็จแล้วเราจะได้โมเดล ธงแบนเนอร์พร้อมใช้งาน

Banner flag 08.png

ขั้นที่4: สร้างวัสดุ(Materials)เพื่อใช้งาน

ใส่วัสดุให้โมเดลด้วยคำสั่ง ถังสี(Instructor :Paint Bucket) ให้เลือกสร้างที่ Create Material.. จากนั้นให้ตั้งชื่อที่ต้องการ ในตัวอย่างผมใช้เป็นแถบสี เหลืองสลับดำ จึงตั้งชื่อว่า B&Y Stripes โดยนำเอาไฟล์ภาพสีเหลืองสลับดำที่เตรียมไว้แล้ว มาสร้างเป็น Texture โดยไปเลือกที่ทางเลือก use texture image(แนะนำให้ใช้ไฟล์ jpg หรือ png) เราก็จะได้วัสดุใหม่ไว้เป็นของตัวเอง

banner-flag-05

banner-flag-06

การนำไปใช้ก็เหมือนกับขั้นตอนใน การใช้ ถังสี(Instructor :Paint Bucket) โดยเลือกเทสีลงที่โมเดลที่ต้องการโดยตรง 

banner-flag-07

เพื่อความสวยงามสร้างโมเดล ฐานตั้ง เพิ่มเติม และทำให้สมบูรณ์เป็นอันเสร็จครับ

banner-flag-final

ลองฝึกฝีมือกันแล้วจะมี workshop มาฝากเรื่อยๆครับ

logo2016

 

 

 

 

Annotate:Dimension การบอกขนาด ตอนที่ 1

  1. เพราะ AutoCAD เป็นโปรแกรมกลุ่มเวคเตอร์(Vector) ใช้ประโยชน์ในการเขียนแบบทางเทคนิคเป็นหลัก การบอกขนาดชิ้นงานจึงมีความสำคัญและมีกลุ่มเครื่องมือเพื่อเรื่องการบอกขนาดและรายละเอียดงานโดยเฉพาะคือกลุ่มเครื่องมือ Annotate:Dimension
  2. dim-01

โดยในกลุ่ม Dimension ยังมีเครื่องมือแยกออกไปตามการใช้บอกขนาด ประเภทต่างๆประกอบด้วย

dim-01-B

  1. Linear  บอกขนาดในแนวเส้นตรง(ทั้งแนวตั้งและแนวนอน)
  2. Aligned บอกขนาดในแนวขนานไปกับชิ้นงาน ทุกระนาบ
  3. Angular บอกขนาดมุม องศา ระหว่างชิ้นงาน 2 ชิ้น
  4. Arc Length บอกขนาดความยาวของส่วนโค้ง(Arc)จากจุดปลายของส่วนโค้ง
  5. Radius บอกขนาดรัศมีวงกลม หรือส่วนของวงกลม
  6. Diameter บอกขนาดผ่าศูนย์กลางวงกลม หรือส่วนของวงกลม
  7. Jogged บอกขนาดแบบย่อส่วน ใช้ในกรณีเช่น เส้นรัศมีอยู้ไกลจากชิ้นงานมาก
  8. Ordinate การบอกขนาดที่อ้างอิงจากจุดเริ่มต้นที่กำหนดไว้

เพื่อความเข้าใจ ดูรูปประกอบแสดง Dimension แบบต่างๆด้านล่างdim-04

ตอนต่อไป จะมาดูกันว่าในการใช้ Dimension ต้องรู้วิธีการตั้งค่าอะไรบ้าง ติดตามกันให้ได้ครับ

คอร์ส AutoCAD StartUp เปิดแล้ว คลิกที่นี่เลย

logo2016

 

Workshop:กระถางต้นไม้

201606-WS-01-01

กระถางต้นไม้ทรงกระบอก กรุด้วยหินอ่อนสองลาย วางอยู่ข้างทางเดินที่ปูด้วยหินแกรนิตสีเทา ปลูกไม้ใบดูร่มรื่นตลอดทางเดิน คือ เวอร์คชอป ประจำสัปดาห์นี้201606-WS-01-02

ขั้นที่ 1 : สร้างโมเดลกระถางต้นไม้

เริ่มต้นด้วยการใช้คำสั่ง Circle (ขนาดตามใจผู้สร้าง)เพื่อสร้าง Path ก่อน จากนั้นใช้คำสั่ง Line สร้าง Face รูปร่างตามตัวอย่าง สำหรับรูปร่างที่สร้างขึ้นมานั้น ก็คือรูปตัดขวางของกระถางต้นไม้นั่นเอง โดยผู้ใช้สามารถสร้างรูปร่างได้ตามต้องการ

เพื่อให้สวยงาม ใช้คำสั่ง Arc(สร้างส่วนโค้ง)เพิ่มเติมตามมุมของรูปร่างที่สร้างขึ้นมาดังรูป

201606-WS-01-03จากนั้นเลือกลบเส้นประกอบมุมเพื่อสร้างให้เกิดมุมโค้งได้ผลดังรูปด้านล่าง การวางตัวของพื้นผิว(รูปร่าง)ที่สร้างขึ้นจะต้องอยู่ในตำแหน่ง 1/4 ของวงกลมที่ทำหน้าที่ path ด้วย เพราะจะมีผลต่อโมเดล 3D ที่เกิดขึ้น แนะนำให้ move มาวางในตำแหน่งนี้

201606-WS-01-04

เมื่อองค์ประกอบครบแล้ว ไปที่คำสั่ง Follow Me(ดู Instructor) ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. คลิกเลือกพื้นผิว(Face)
  2. คลิกเลือก Path
  3. ลากเม้าส์ตามเส้นรอบวงpath จนครบหนึ่งรอบเพื่อให้เกิดรูป3D ขณะลากเม้าส์ให้สังเกตว่ามีโมเดลเกิดขึ้นตามแนวการลากเม้าส์ตามเส้น path

201606-WS-01-05

จบขั้นตอน Follow Me ได้โมเดลกระถางต้นไม้ตามรูปด้านล่าง โมเดล3Dที่สร้างขึ้นอาจจะหน้าตา ต่างจากตัวอย่างได้ขึ้นอยู่กับพื้นผิวที่สร้างว่ามีหน้าตาอย่างไร

201606-WS-01-06

ขั้นที่2:เพิ่มความสมจริงด้วยวัสดุ(Materials)

ใส่วัสดุให้โมเดลด้วยคำสั่ง ถังสี(Instructor :Paint Bucket) ให้เลือกวัสดุที่มีอยู่ในกลุ่ม Brick and Cladding เลือกใส่ลงไปในโมเดลตามชอบ ตัวอย่างใส่สองวัสดุลงไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ หลังจากนี้เราก็จะได้กระถางต้นไม้ สไตล์เรามาเป็นต้นแบบแล้ว 1 ชิ้น

201606-WS-01-07

ขั้นที่3:เพิ่มองค์ประกอบอื่นและจัดมุมมอง

กระถางต้องการต้นไม้ Sketch Up มีให้ดาวน์โหลดฟรีที่ 3D Warehouse เลือกดาวน์โหลดลงในงานโดยตรงได้เลย เมื่อได้ต้นไม้มาแล้วนำไปวางในกระถางด้วยคำสั่ง Move และทำซ้ำให้ได้สัก 2 ชุด นอกจากนั้นเพื่อความสมจริงในการพรีเซ้นต์สร้างพื้นผิวด้วยคำสั่งLine และใส่วัสดุ(materials)เพื่อทำเป็นพื้นทางเดิน และสนามหญ้าดังรูป

201606-WS-01-08

หลังจากนั้นใช้คำสั่ง Orbit (Instructor : Orbit) ปรับมุมมองเพื่อให้ได้มุมที่น่าสนใจดังรูป เป็นอันเสร็จครับ

201606-WS-01-01

ลองฝึกฝีมือกันดูสนุกๆนะครับ

logo2016